กินเค็ม เสี่ยงเป็นมะเร็ง
กินเค็ม เสี่ยงเป็นมะเร็ง

เคยตั้งข้อสังเกตกันไหมว่า เวลาเราสั่งอาหารจานด่วนมาทาน พออาหารวางบนโต๊ะปุ๊บ เรามักจะเติมเครื่องปรุงประเภทน้ำปลาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทันที โดยที่ยังไม่ได้ชิมรสชาติเสียด้วยซ้ำไป ว่ามีรสพอดีหรือไม่ และแทบจะทุกร้านอาหารตามสั่งจะมีเครื่องปรุงรสประเภทน้ำปลาวางประจำโต๊ะเสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า เราทานเค็มโดยไม่รู้ตัวทั้งๆที่ในอาหารต่างๆ ที่เรากินอยู่ทุกวันก็มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามธรรมชาติ อาหารแปรรูป รวมไปถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ

ฉะนั้นร่างกายของเราจึงรับโซเดียมเข้าไปในร่างกายต่อวันเกินปริมาณที่กำหนด ตามปกติแล้วร่างกายควรได้รับโซเดียมประมาณ 2,300-2,400 มิลลิกรัมต่อวันหรือเท่ากับเกลือ 6 กรัมต่อวัน ถ้าจะพูดให้เป็นรูปธรรมวันหนึ่งๆ ไม่ควรบริโภคเกลือเกิน 1-1.5 ช้อนโต๊ะ

อย่างที่ทราบกันทั่วไปว่าการทานเค็มมากๆจะเกิดโรคไต โรคความดันโลหิตสูง แต่มีอีกโรคที่น่ากลัวมาเป็นของแถมคือ โรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่

ความเค็มทำให้เกิดมะเร็งได้อย่างไร

เกลือหรือโซเดียม ทำให้เชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pyroli ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร เจริญเติบโตในกระเพาะอาหารได้ดีขึ้น เสริมฤทธิ์สารก่อมะเร็งให้ทำลายเซลล์ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบที่ผนังกระเพาะอาหาร เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์บริเวณนั้น

มีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นประเทศที่มีอุบัติการณ์ของมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุดในโลก พบว่าการบริโภคอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมคลอไรด์ในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์ต่อการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ดร.สตีเฟน ทอมป์สัน สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา ยังพบว่าเกลือเป็นสารโซเดียมคลอไรด์ ที่ถ้าร่างกายได้รับมากเกินไป ยังสามารถไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่โตได้ไวขึ้น

หยางว่านกว่างและคณะนักวิจัยชาวจีนได้ศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารในชาวจีน และพบว่ายิ่งชอบรับประทานอาหารรสเค็มมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศเกาหลี โดยคิมและคณะได้สำรวจข้อมูลจากชาวเกาหลีจำนวน 2,248,129 คน โดยเก็บข้อมูลที่จุดเริ่มต้นการศึกษาด้วยแบบสอบถาม จากนั้นติดตามผลอีกประมาณ 6-7 ปี ให้หลัง ซึ่งมีผู้ชายป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร 9,620 คน และผู้หญิงป่วยด้วยโรคนี้จำนวน 2,773 คน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าความชอบอาหารรสเค็มเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 10% เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ชอบรสเค็ม การศึกษาหนึ่งที่ญี่ปุ่นก็ให้ผลคล้ายคลึงกัน เพียงแต่มีความแตกต่างระหว่างเพศ โดยผ้ชายที่รับประทานอาหารดองเค็มตั้งแต่อาทิตย์ละ 2-4 ครั้งขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารเป็น 2 เท่าของผู้ชายที่รับประทานอาหารดองเค็มเดือนละ 2-4 ครั้งหรือน้อยกว่า ส่วนในผู้หญิงไม่พบความเสี่ยงของการรับประทานอาหารดองเค็ม กับการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

ด้วยตัวอย่างการวิจัยที่กล่าวมา พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่ามะเร็งจากความเค็มนั้นน่ากลัว และควรหาทางป้องกันให้ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมที่พอเหมาะ แม้ในทางปฏิบัติก็ยากที่จะประมาณปริมาณเกลือได้ชัดเจน เพราะในอาหารต่างๆ ที่เรากินอยู่ทุกวันก็มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามธรรมชาติ อาหารแปรรูป รวมไปถึงเครื่องปรุงรสต่างๆครื่องปรุง วิธีที่เราสามารถทำได้ง่ายๆคือ ลดการเติมเครื่องปรุงรสเค็มในอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยวลดการปรุงน้ำปลาเริ่มจากลดปริมาณการเติมหนึ่งช้อนอาจเหลือครึ่งช้อนและเมื่อร่างกายปรับตัวกับการทานอาหารจืดได้แล้ว ก็งดการเติมเค็มไปเลย เป็นต้น ร่างกายก็จะปรับการรับรู้รสจืดลงไป ทำให้เราทานอาหารประเภทต่างๆได้จืดลงโดยที่ยังคงความอร่อยในรสอาหารอยู่ค่ะ

expand_less