ว่านหางจระเข้...สารพัดประโยชน์
ว่านหางจระเข้...สารพัดประโยชน์

ถ้านึกถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก หนึ่งในนั้นต้องมีว่านหางจระเข้อยู่ในรายการที่คิดเอาไว้อย่างแน่นอน ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีรูปร่างใบแหลมเรียวยาว เหมือนกับชื่อที่ใช้เรียกขานกัน

ว่านหางจระเข้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aloe vera

ลักษณะของว่านหางจระเข้

เป็นไม้ล้มลุก มีข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบต้น โคนใบใหญ่ ปลายใบแหลม ขอบใบมีหนามแหลม แผ่นใบหนาอวบน้ำมาก ข้างในเป็นวุ้นใส น้ำยางสีน้ำตาลอมเหลือง ดอกเป็นช่อแตกออกที่ปลายยอด โคนดอกย่อยเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายกลีบดอกแยกเป็น 6 แฉก สีส้มแกมเหลือง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ ว่านหางจระเข้มีประโยชน์ที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

ประโยชน์ภายใน

1. บรรเทาอาการปวดข้อ

ให้นำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างทำความสะอาดแล้วไปแช่ตู้เย็น และรับประทานโดยสามารถใช้ได้ทั้งเนื้อวุ้น และน้ำวุ้น

2. ใช้เป็นยาถ่าย

โดยเลือกตัดว่านหางจระเข้ อายุประมาณ 9 เดือนขึ้นไป ขนาดใบใหญ่จะเหมาะสำหรับใช้เป็นยาถ่าย หากต้องการรับประทานแบบสด ๆ ก็ทำได้ โดยการตัดวุ้นที่ล้างสะอาดแล้วออกเป็นขนาด 3-4 เซนติเมตร แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร

3. แก้กระเพาะอักเสบและลำไส้อักเสบ

ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ นำวุ้นที่ได้ไปล้างให้สะอาด แล้วนำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบของทางเดินอาหารได้

4. ป้องกันโรคเบาหวาน

ตัดเนื้อว่านหางจระเข้ความยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร นำไปรับประทานทุกวัน หรือจะปั่นเป็นน้ำว่านหางจระเข้ เพื่อรับประทานก็ได้ โดยอาการเบาหวานจะทุเลาลงสำหรับผู้ที่เป็นในระยะแรก ส่วนผู้ที่ต้องการรับประทานเพื่อป้องกัน สามารถรับประทานในปริมาณที่น้อยลงได้

5. แก้และป้องกันอาการเมารถ-เมาเรือ

ใครที่มีปัญหามักเกิดอาการเมารถ-เมาเรืออยู่เป็นประจำ ก่อนเดินทางให้ลองรับประทานเนื้อวุ้นจากว่านหางจระเข้ หรือน้ำว่านหางจระเข้ จะช่วยบรรเทาให้เกิดอาการดังกล่าวน้อยลงได้ แต่หากเกิดอาการเมารถ-เมาเรือขึ้นแล้ว ลองทานน้ำว่านหางจระเข้เย็น ๆ ให้ชื่นใจ แล้วนั่งพักสักครู่ จะรู้สึกดีขึ้น

ประโยชน์ภายนอก

1.รักษาแผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก

โดยปอกเปลือกนอก นำวุ้นสดๆล้างยางให้สะอาด แล้วนำไปประคบแผลตลอด 2 วันแรกนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนแล้ว ยังไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้กับร่างกายด้วยค่ะ

2. ป้องกันและบรรเทารอยไหม้จากการออกแดด

นำใบสด ๆ ของว่านหางจระเข้ผสมกับโลชั่นทาลงบนผิวหนังก่อนออกแดด จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ แต่ถ้าหากเกิดรอยไหม้ขึ้นบนผิวหนังหลังออกแดดแล้ว ให้ใช้วุ้นที่ล้างสะอาดมาทาเพื่อลดอาการอักเสบ ถ้าจะให้ดีลองผสมกับน้ำมันพืช หรือน้ำมันมะกอก เพื่อลดอาการผิวแห้งตึงจนเกินไป ในปัจจุบันมีผู้ที่ทำครีมว่านหางจระเข้ออกมาจำหน่ายเพื่อให้สะดวกในการพกพาค่ะ

3. สมานแผลจากของมีคมและแผลถลอก

หากได้รับบาดเจ็บจากของมีคม ใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้ที่ยังมีเมือกอยู่ แปะลงไปบนแผล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสมานแผลให้เร็วขึ้นได้

4. รักษาฝีและโรคริดสีดวงทวาร

ทำความสะอาดบริเวณที่เกิดโรคให้แห้งแล้วนำวุ้นไปแปะลงบนแผล หากเป็นที่ทวารหนักให้ปอกวุ้นให้เป็นแท่งแล้วล้างให้สะอาด นำไปแช่เย็นให้แข็ง เพื่อสอดเหน็บในช่องทวารหนักวันละ 1-2 ครั้ง อาการริดสีดวงจะดีขึ้น

5. รักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต

กรณีที่เป็นตาปลาให้นำเนื้อวุ้นที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ไปแปะลงบริเวณที่เกิดโรค หมั่นให้ใช้ว่านหางจระเข้ประคบต่อไปจนกว่ารอยบุ๋มจะสมานและเล็กลง ส่วนฮ่องกงฟุตให้ประคบด้วยว่านหางจระเข้เอาไว้จนกว่าแผลจะแห้งลงและอาการดีขึ้น

6. แก้ปวดศีรษะ

ตัดใบสดจากต้นว่านหางจระเข้ แล้วนำปูนแดงทาบริเวณวุ้น ถือใบสดแล้วนำวุ้นผสมปูนแดงประคบบริเวณขมับหรือท้ายทอย ตามจุดที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้

7. บรรเทาอาการปวดฟัน

ตัดเนื้อว่านหางจระเข้ออกเป็นแท่งเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 เซนติเมตร นำไปเหน็บไว้ตามซอกฟันที่มีอาการปวด หรือประคบไว้ก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อาการปวดจะค่อย ๆ บรรเทาลง

ประโยชน์เกี่ยวกับมะเร็ง

ในว่านหางจระเข้มีสาร Aloe-Emodin ที่สามารถกระตุ้น Macrophage ให้ออกมาทำหน้าที่ในการกำจัดเซลล์มะเร็งและยังมี Acemannan ที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติและช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์นั้นๆ เปลี่ยนมาเป็นเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย และสำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฉายรังสี ย่อมมีรอยไหม้เกิดขึ้นที่ผิวแน่นอน แต่สามารถนำวุ้นว่านหางจระเข้มาประคบผิวที่เกิดรอยไหม้หลังทำคีโมได้ แถมยังช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ดีและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวรวดเร็วขึ้นด้วยค่ะ

expand_less