เนื้องอกเกิดขึ้นได้อย่างไร
เนื้องอกเกิดขึ้นได้อย่างไร

หากเอ่ยถึงเนื้องอกในร่างกาย เรามักนึกถึงเนื้องอกที่กลายมาเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง ซึ่งสร้างความน่ากลัวให้เรามิใช่น้อย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเนื้องอกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรกันค่ะ

เนื้องอกคือ ก้อนของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เติบโตขึ้นมาอย่างผิดปกติซึ่งเกิดจากความผิดปกติของดีเอ็นเอ(DNA) หรือ สารพันธุกรรมที่อยู่ภายในเซลล์(Cell)จำนวนหนึ่งภายในร่างกาย แล้วส่งผลทำให้เซลล์(Cell)ส่วนนั้นมีการทำงานที่ผิดปกติทางด้านการเจริญเติบโตและด้านการแบ่งตัวของเซลล์(Cell)ทำให้เซลล์(Cell) ส่วนนั้นอาจมีการเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมากกว่าปกติอาจถึงขั้นลุกลามและแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายได้ ซึ่งอาจเป็นเพียงเนื้อเยื่องอกเพิ่มขึ้นมา หรืออาจหมายถึงเนื้อร้ายที่เป็นเซลล์มะเร็งก็ได้ โดยเนื้องอกแต่ละประเภทย่อมมีลักษณะเฉพาะ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งที่เกิดด้วย

เนื้องอกเกิดขึ้นได้อย่างไร

เนื้องอกแบ่งออกเป็น เนื้องอกธรรมดาและเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย

  1. 1.เนื้องอกธรรมดา (Benign Tumor) เป็นเนื้องอกที่เกิดขึ้นแล้วไม่แพร่กระจายลุกลามไปสร้างความเสียหายยังเซลล์เนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียงหรือเซลล์เนื้อเยื่อในอวัยวะส่วนอื่น แต่อาจทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อร่างกายได้ หากเนื้องอกที่เกิดขึ้นไปกดทับอวัยวะสำคัญ เช่น เส้นเลือดหรือเส้นประสาทของผู้ป่วย
  2. 2.ส่วนเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย (Malignant หรือ Cancerous Tumor) เนื้อร้าย หรือเซลล์มะเร็ง เป็นเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ แพร่กระจาย และลุกลามไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเยื่ออื่นในบริเวณใกล้เคียง หรือเนื้อเยื่อที่อวัยวะอื่น ๆ ผ่านทางเลือด โดยเซลล์เนื้อร้ายจะไปทำลายเซลล์ปกติที่มีสุขภาพดี ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยหรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม หรือกำจัดเซลล์เนื้อร้ายออกไปได้อย่างทันท่วงที

เนื้องอกเกิดขึ้นได้อย่างไร

เนื้องอกธรรมดานั้นมักมีสาเหตุจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น ร่างกายสัมผัสกับรังสีที่เป็นอันตราย
  2. กรรมพันธุ์
  3. การบาดเจ็บในบริเวณต่าง ๆ
  4. การอักเสบ หรือการติดเชื้อ
  5. ความเครียด
  6. อาหารการกิน
เนื้องอกเกิดขึ้นได้อย่างไร

ส่วนเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย หรือมะเร็ง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง เช่น

  1. สารเคมี สารพิษชนิดต่าง ๆ เช่น สารพิษในบุหรี่ สารเบนซีน
  2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  3. สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น พิษจากเห็ดพิษ หรือพิษในเชื้อราอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxins) ที่มักปนเปื้อนอยู่ในอาหารตระกูลถั่ว
  4. ร่างกายสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป ทำให้รังสียูวีจากแดดส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเซลล์ผิว
  5. ร่างกายสัมผัสกับรังสีที่เป็นอันตราย
  6. การติดเชื้อไวรัส ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก จากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus: HPV มะเร็งตับจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B และ C
  7. ความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือการเจ็บป่วยที่อาจถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม
  8. อาหารการกิน

การป้องกันเนื้องอก

เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดเนื้องอกธรรมดาและเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายได้ โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจก่อปัญหาได้ดังต่อไปนี้

  1. ไม่สูบบุหรี่ เลิกสูบบุหรี่ หรือยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการที่เหมาะสม เช่น บริโภคผักผลไม้ให้มาก ลดอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสำเร็จรูป ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มในปริมาณที่พอดี เป็นต้น
  3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานานจนเกินไป อยู่ในที่ร่ม สวมใส่เครื่องแต่งกายปกคลุมผิวหนัง ทาครีมกันแดด
  5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง อย่างการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  6. เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เช่น ไวรัสตับอักเสบ และไวรัส HPV
  7. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะ

แม้เราจะไม่สามารถป้องกันการเกิดเนื้องอกได้ร้อยเปอร์เซ้นต์ แต่หากเรามีการปฏิบัติตนที่ดี โอกาสในการเป็นเนื้องอกที่จะนำไปสู่การเป็นเนื้อร้ายก็จะลดลงได้ค่ะ

expand_less