กระเทียม...ประโยชน์ ไร้เทียมทาน
กระเทียม...ประโยชน์ ไร้เทียมทาน

คนไทยคุ้นเคยกระเทียมมาช้านาน เพราะไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารประเภท ผัดจืด ผัดเผ็ด น้ำพริก หรือคลุกเคล้าเครื่องปรุงรสอาหารต่างๆ ก็จะมีกระเทียมเป็นส่วนผสมเสมอ ด้วยกลิ่นฉุนสามารถดับกลิ่นต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่นิยมกัน

กระเทียมเป็นพืชประเภทหัวที่อยู่ในดิน มีลักษณะเหมือนหัวหอม มีกลิ่นฉุน กลิ่นฉุนของกระเทียมมีที่มาจากสารประกอบ ซัลเฟอร์ (sulphur) ที่มีชื่อว่า อลิซิน (allicin) ในกระเทียม นอกจากซัลเฟอร์แล้ว กระเทียมยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กรดอมิโน- อาร์จีนีน (argenine) ฟลาโวนอยด์ (flavonoid) น้ำตาลโมเลกุลกลุ่ม (oligosaccharides) และซีลีเนียม (selenium) ซึ่งมี ประโยชน์ต่อสุขภาพ

กระเทียมสามารถป้องกันโรคต่างๆได้

  1. โรคหัวใจ (Heart disease)
    มีหลักฐานบางอย่างสนับสนุนว่า กระเทียมอาจป้องกันไมเกิดโรคหัวใจได้ โดย อาจลดการเกิดเส้นเลือดแข็ง (artherosclerosis) และสามารถลดระดับความดันลได้เล็กน้อย(ระหว่าง 7 % ถึง 8%) การศึกษาชิ้นหนึ่ง เป็นเวลานานถึง 4 ปี ใช้กระเทียม 900 mg ทุกวัน ปรากฏว่า มันสามารถลดการเกิดเส้นเลือดแข้งลงได้ นอกจากนั้น กระเทียมยังเป็นสารต้านการจับตัวเป็นก้อนของเลือด ด้วยการทำให้เกล็ดเลือดบางลง ซึ่งอาจป้องกันไม่เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด (heart attack) หรือ สมองขาดเลือด (stroke) ส่วนผลที่มีต่อไขมัน cholesterol นั้น จากการศีกษาในตอนแรกพบว่า มันสามารถลดระดับของ cholesterol ในกระแสเลือดได้ แต่ผลจากการศึกษาระยะเร็ว ๆ นี้ ปรากฏว่า กระเทียมไม่ผลต่อการลดระดับไขมันดังกล่าวเลย
  2. โรคหวัด (common cold)
    จากผลการศึกษาในระยะแรก พบว่า กระเทียมสามารถช่วยป้องกันโรคหวัด (common cold)ได้ มีการศึกษาเปรียบเทียบการใช้กระเทียม ในระยะที่มีโรคหวัดระบาด (common cold) ผลปรากฏว่า คนที่รับประทานกระเทียม จะเป็นโรคหวัดได้น้อยกว่าคน ที่ไม่รับประทานกระเทียมเลย นอกจากนั้น ในระหว่างเป็นหวัด กระทียมสามารถทำให้อาการของหวัดหายเร็วด้วย
  3. โรคอ้วน
    ในผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มักมีสาเหตุมาจากโรคอ้วน โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งการรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดน้ำหนักอาจไม่เพียงพอ หากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย การรับประทานกระเทียมจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะกระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถัน หรือซัลเฟอร์และสารอาหารอื่น ๆ ที่อาจมีคุณสมบัติป้องกันภาวะอ้วน

กระเทียมป้องกันมะเร็ง

กระเทียมช่วยเสริมให้ระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรงขึ้น สามารถช่วยร่างกายให้ต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ โดยผลจากห้องทดลอง ดูเหมือนว่า กระเทียมมีฤทธ็ในการต่อต้านมะเร็ง ผลจากการศึกษาในกลุ่มคนเป็นระยะเวลานาน พบว่า กลุ่มคนที่รับประทานกระเทียมสด หรือกระเทียม ที่ปรุงในอาหาร ทำให้มีแนวโน้มที่จะไม่เกิดเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของลำไส้ใหญ่ (colon) และมะเร็งกระเพาะ (cA stomach) ผลจากการศึกษาพบว่า คนที่กินกระเทียมสด หรือกระเทียมปรุงแล้ว สามารถลดการเกิดมะเร็ง colorectal ได้ถึง 30 %

จากการศึกษาในฟลอริดาพบว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ที่ทานกระเทียม สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีกว่า ผู้ที่ไม่ทานกระเทียมถึง 139 เปอร์เซ็นต์ และมีการทดลองพบว่าทั้งกระเทียมและหัวหอม สามารถลดการเกิดมะเร็งที่ผิวหนัง จากการทดลองในหนูให้หนูที่มีพันธุกรรมที่จะเป็นมะเร็งได้ง่าย ให้กินกระเทียมพบว่าช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งลงได้ ซึ่งจะเห็นได้จากการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารจำนวนกว่า 5,000 คน รับประทานสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอกแล้วพบว่ากลุ่มที่รับประทานสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดลง 33 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารลดลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้การทานกระเทียมต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หากมากเกินไปก็จะทำให้มีกลิ่นตัว หรือปากเหม็น หรือผู้ที่เป็นความดันโลหิตต่ำ การทานกระเทียมก็จะทำให้ความดันโลหิตต่ำกว่าเดิมได้ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนของกระเทียมปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายนำกระเทียมแคปซูลออกมาจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคทานง่ายชึ้น จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของกระเทียมนี้ดี ไร้เทียมทานจริงๆค่ะ

expand_less